17.10.09

เหลือง ๆ แดง ๆ



เทศกาลกินเจมาถึงละ เรียกอีกชื่อว่า เทศกาลถือศีลกินผัก ก็เข้าท่าดี
เรากินอาหารเจทุกปีล่ะ ปีละมื้อสองมื้อ อย่างสองอย่าง เพราะอร่อยไง!
แต่ปีนี้ตั้งใจละละกินให้ครบ 9 วัน ขอจริงจังนิดนึง เหะๆ

เราสงสัยล่ะว่า
ทำไมต้องมีการทำหมูปลอม ไก่ปลอม ปลาปลอม อะไรทั้งหลาย
ของปลอมทำขึ้นมาเพื่อทำให้รู้สึกเหมือนเรายังได้กินไก่ กินหมูงั้นเหรอ

ถ้าเราตั้งใจจะไม่กินแล้ว ทำไมเราถึงมีรู้สึกอยากกินมันอยู่ล่ะ
งั้นเราจะอดทำไม ทรมานเปล่า ๆ

"ไม่เอาชีวิตของสัตว์ทั้งหลายมาต่อเติมบำรุงเลี้ยงชีวิตของตน
ไม่เอาเลือดของสัตว์ทั้งหลายมาเป็นเลือดของตน
ไม่เอาเนื้อของสัตว์ทั้งหลายมาเป็นเนื้อของตน "
เราไปอ่านเจออันนี้อ่ะ มันจี๊ดมาก เลยคิดว่าควรหยุดกินเนื้อสัตว์บ้างอะไรบ้าง
จริงอยู่ว่ามันคืออาหาร แต่ถ้าเรากินน้อยลง เท่ากับเราเบียดเบียนสัตว์น้อยลง
ถ้าเราไม่กินเลย ก็คือวิธีง่าย ๆที่เราไม่เบียดเบียนสัตว์เลย.. ได้บุญนะ

อีกอย่างเห็นธงเจแล้วนึกถึงฝ่ายเหลืองกับฝ่ายแดง
พอรวมกันอย่างลงตัวก็แค่บนธงเจนี่ล่ะมั้ง เหอ ๆ
ดีนะไม่มีฝ่ายไหนประท้วงให้แก้ไขสีธงเจซะใหม่
เพราะเหลืองไม่เอาแดง แดงก็ไม่เอาเหลือง...ตลกดี
จะเหลืองจะแดง ก็มากินเจกันเถอะ
ทำบุญไถ่บาปให้น้อยลงบ้าง

เอาเป็นว่าเราจะตั้งใจ ไม่กินเนื้อสัตว์ แค่ 9 วันเนี่ยละ จะทำได้ไหม

15.10.09

ชวนดู : รถไฟฟ้ามาหานะเธอ

กลับมาถึงเชียงใหม่ ก็รีบออกไปดูหนัง(คนเดียว)
ตั๋วหนังหน้าตาเหมือนใบเสร็จเซเว่นเลยอ่ะ
รอเปิดเทอมไปดูพร้อมเพื่อนไม่ได้แล้ว อดใจไม่ไหว
อยากจะเลิกโสด เลิกเหงาอย่างในหนังไง ... แต่ไม่รู้เมื่อไหร่



เหงากว่าเดิมอีกอ่ะ กลัวเพื่อนจะหายไปหายไป ทีละคนสองคน
แล้วต้องอยู่คนเดียว ทั้ง ๆ ที่ทุกวันนี้ก็เป็นแบบนั้นล่ะ
หนังเรื่องนี้ทำให้เห็นทั้งด้านดีและด้านลบของความรัก
สุขและเศร้าในเวลาเดียวกัน แต่อย่างน้อยก็ยังได้สุข
ดูแล้วอยากมีแฟน ... เฮ้อ!

"ถ้ามีแฟนแล้วเค้าไม่ว่างมากินข้าวกับเรา ไม่ว่างมาเจอเรา จะมีไปทำไม"
คำถามนี้น่าคิด
เราว่าความสุขของการมีแฟนมันคงมากกว่าการมีเพื่อนกินข้าว
แถมยังได้รู้สึกว่ายังมีอีกคนที่รักเราด้วยแฮะ
แต่นี่ชีวิตจริงเราไม่ใช่นางเอกหนังที่จะเจอพระเอกได้ง่าย ๆ
จังหวะดี ๆ มันไม่เกิดขึ้นแบบนั้นเสมอไป ...โปรดส่งใครมารักฉันที 555

9.10.09

แมวหมา!

อยู่บ้านมาเกือบอาทิตย์ไม่ได้ทำอะไร
นอกจากทำกับข้าวเป็นเพื่อนย่า และเล่นกับแมว
กลับมาบ้านคราวนี้เจอแมวทั้งหมด 10 ตัวได้อ่ะ
จะเยอะไปไหน แถมยังท้องแก่อีกหนึ่งตัว
คาดว่าในท้องนั้นมีไม่ต่ำกว่าสาม
ปู่บอกว่าพาไปทำหมันให้หมดดีไหมเนี่ย!!

แมวพวกนี้มาจากไหนน่ะเหรอ เรื่องมันมีอยู่ว่า
หลายปีก่อน ย่ารดน้ำต้นไม้อยู่ดี ๆ ก็ได้ยินเสียงแมวร้อง
พอเดินไปดูก็เห็นแม่แมวนอนอยู่กับลูกแมวอีกสามตัว...เท่านั้นล่ะ
แมวเลยกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของบ้านเราไปโดยปริยาย

ลูกแมวออกมาหลายครอก หลายรุ่นจนจำไม่ได้
พอโตหน่อยมันก็ทยอยกันออกไปผจญภัยจนลืมทางกลับบ้าน
มีครั้งนึงเคยเหลือแค่สองตัว ย่าคิดว่าจะสบายแล้ว
ที่ไหนได้ ออกมาอีกบานเลย 5555
แรก ๆ ยังมีไม่กี่ตัว ย่าก็จะตั้งชื่อให้ด้วยนะ
สีขาว ๆ เรียกสโนว์บ้าง เป็นแมวตัวขาวจั๊วะตัวแรกของบ้านเลยนะ
สีตุ่น ๆ เรียกโอวัลติน ตัวนี้ที่บ้านเรารักมาก แต่อยู่ ๆ มันก็เดินหายไปซะงั้น
สีดำ ๆ ด่าง ๆ ย่าเรียกนังขี้เหร่
แล้วจากนั้นตัวอื่นที่สีด่าง ๆ จะได้ชื่อขี้เหร่หมดเลย ไม่รู้ทำไม
พอหลังๆ มาเริ่มเยอะ ย่าไม่ค่อยตั้งชื่อให้ละ สงสัยจะขี้เกียจ

วันนี้พอไม่มีอะไรทำเราก็มาปาปารัสซี่น้องแมว







ตัวโปรดเรา สามสีหูซ้ายดำ หูขวาเหลือง ๆ ตัวขาว ๆ
ให้ชื่ออะไรดีนะ คิดไม่ออกอะ


ที่บ้านเรายังมีหมาโกลเด้นแสนไฮเปอร์อีกตัวนะ

ถูกส่งไปฝึกอย่างดี แต่กลับมาลีโอก็ยังเป็นหมาขี้เกียจ แถมกลัวเสียงปะทัด
และได้แต่นอนในห้องน้ำหลังบ้านอย่างเดียว
ว่าง ๆ ลีโอจะเอาปากใหญ่ ๆ คาบลูกแมวเดินไปเดินมา
กลายเป็นเพื่อนกันไปซะอย่างงั้น
ตอนนี้ลีโอตัวเหม็นจนไม่มีใครคุยด้วยแล้ว
ไว้หล่อ ๆ จะถ่ายรูปมาอวดใหม่ละกัน

วันนี้มีแต่เรื่องแมว ๆ หมา ๆ เพราะไม่มีอะไรจะเล่า
อยู่บ้านก็สบายแบบนี้ล่ะเนาะ
อยากจะปิดเทอมแบบนี้ไปนาน ๆ จัง
แต่จะว่าไปก็คิดถึงเชียงใหม่ตะหงิด ๆ เหมือนกันแฮะ

1.10.09

ผ่านไปหนึ่งเทอมแล้วนะ


ปิดเทอมแล้วนะ อยากจะพูดคำนี้มานาน
หนึ่งเทอมที่แสนทุลักทุเลก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ขอบอกว่าเหนื่อยมากกับการปรับตัวกับที่อยู่ใหม่
เพื่อนใหม่ๆ และอาจารย์ใหม่ ๆ ที่เอาใจยากจริง ๆ
อะไรใหม่ ๆ มันกลายเป็นเก่าไปแล้วล่ะตอนนี้
เริ่มชินกับการแว๊นมอเตอร์ไซค์ในเชียงใหม่แล้ว
ไม่ต้องกลัวอะไรละ เพราะที่นี่รถยนต์ต้องกลัวรถเล็ก

นี่ก็เริ่มปลายฝนต้นหนาว ตอนเช้า ๆ เริ่มมีลมเย็นชื้น ๆ พัดมาแล้ว
หมอกหรือควันก็ยังคลุ้งไปทั่วเมือง เราก็ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร
เปิดเทอมใหม่อากาศคงเย็นลงกว่านี้ ต้องกลับบ้านไปเตรียมเสื้อกันหนาวแล้ว
เชียงใหม่คงเริ่มคึกคักมีคนมาแย่งดูหน้าหลินปิงกันเยอะแยะ
แค่นี้เราก็เบื่อรถตู้ที่มาจากกรุงเทพแล้วขับแย่ ๆ สุด ๆแล้วล่ะ
แต่ยังไงก็ยังรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านเราอยู่ดี ถึงจะมีญาติ มีเพื่อนก็เถอะ
เรายังคิดถึงกรุงเทพอยู่ตลอดเวลานะ 55555

มีเรื่องไม่สบายใจอยู่เรื่องนึง
จริง ๆ เราควรโยนมันออกจากสมองไปนานแล้ว
คือถ้าเพื่อนเราเป็นเพื่อนรักกับศัตรูเรา ... เราควรจะลืม ๆ มันใช่ไหม
มันยากนะ เพราะรักและไม่อยากจะเกลียด
ถ้าเกลียดแล้วให้กลับมารักอีก .. เราทำไม่ได้หรอก
รกสมองอ่ะ แต่เลิกคิดไม่ได้ซะที แล้วหงุดหงิดมากด้วยล่ะ เฮ้อ


ตอนนี้นั่งลุ้นเกรดทั้งสี่วิชาว่าจะออกมาเป็นยังไง ..
จะหายเหนื่อยไหมนะ
แม้จะไม่ค่อยแน่ใจว่าทางที่กำลังจะไปมันสวยงามรึเปล่า
แต่จะพยายามคิดบวกเยอะ ๆ แล้วมีความเก็บความสุขระหว่างทางให้มาก ๆ
ก็น่าจะพอแล้วเนาะ
:D