
1,864 โค้งก็ถึง ....... แม่ฮ่องสอน
ออกเดินทางหกโมงเย็นวันศุกร์ที่ 4 ธันวา วิ่งไปขึ้นรถตับแลบ - -"
รถติดบรรลัย เกือบไปไม่ทัน ที่สุดแล้วมีเพื่อนตกรถหนึ่งคน ซะงั้น
ยังดีที่ได้ไป แต่...ลงคนละที่ เอาเหอะ ตามกันไปยังไงก็คงเจอ
เช้าวันที่ 5 ธันวา ประมาณแปดโมงเศษ ๆ
ถึง อ. ขุนยวม สายแล้วแต่พูดยังมีควันออกปาก
เป้าหมายแรกไปดูดอกบัวตองกันดีกว่า จัดแจงเหมารถเรียบร้อย ลุยเลย
นึกว่าจะหมดทางโค้งละนะ ยังโค้งและชันได้อีก ตลอดทางนั่งกระบะหลัง
อู้วว มันสุด ๆ
ดอกบัวตองมีให้เห็นตลอดทาง จริง ๆ เริ่มบานตั้งแต่เดือนพฤศจิกาแล้ว
ออกจากทุ่งดอกบัวตอง ก็ไปน้ำตกแม่สุรินทร์ แล้วเดินเล่นตลาดแม้ว ...
สงสัยว่าทำไมเด็กดอยหน้าตาบล๊อกเดียวกันหมดเลยอ่ะ เหอ ๆ
เพลิดเพลินกันจนบ่าย และแล้วไอคนที่ตกรถก็ตามมาทัน
ไม่ให้มันพักเราขึ้นรถบัสต่อเข้าเมืองแม่ฮ่องสอนทันที
67 กิโลเมตร จากขุนยวมถึงตัวเมือง จัดการซื้อตั๋วกลับกรุงเทพฯ เรียบร้อย
ก็เหมาตุ๊กตุ๊กไปหาที่พัก เพราะไม่ได้จองไว้ ถามตรงไหนก็เต็ม
ลุงคนขับก็พาตระเวน โชคดีมาเจอ นิรันดร์เกสเฮ้าส์ !!
ตกลงราคากันได้อย่างสวยงาม 300 บาท ต่อคืน พัก 5 คน
หารแล้วลงตัวคนละ 60 ห้องน้ำในตัวด้วย เลิศที่สุดอ่ะ
ได้ห้องแล้วเพื่อนอีกคนตามมาจากเชียงใหม่ ครบซะที
รวมแล้วทริปนี้ 5 คนพอดิบพอดี
อาบน้ำอาบท่ากันเรียบร้อย หนาวเหอะ แต่ไม่อาบอ่ะเน่าแน่ ๆ
เสร็จแล้วออกไปเดินดูบ้านดูเมืองกัน
เย็น ๆ จะมีตลาดค่ำ ขายของอาราณ์คล้าย ๆ ถนนคนเดินที่เชียงใหม่
แต่ที่นี่สงบกว่าเยอะ
ใกล้ ๆ มีวัดจองคำ เลยแวะไปลอยโคมกัน ระหว่างทางก็กิน ๆ ๆ ๆ
สังเกตว่าภาษาคนแม่ฮ่องสอนต่างจากคำเมืองแถว ๆ เชียงใหม่สุด ๆ ฟังยากกว่าด้วย
เดินเล่นจนดึกดื่น ก็กลับมาพักผ่อนเอาแรงไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ ....
วันที่ 6 ธันวา เป้าหมายของเราคือ ปางอุ๋ง ดินแดนแสนโรแมนติก ... จำเค้ามาอ่ะ
เก็บข้าวของแล้วออกไปขึ้นรถที่ตลาดสายหยุด แวะกินโจ๊กเสวยเจ้าอร่อย
คนเยอะมาก ๆ แต่ก็อร่อยจริง ๆ แหละ
แล้วมาขึ้นรถสองแถวไปปางอุ๋ง ประมาณ เกือบ ๆ 40 กิโลเมตร จากตัวเมือง
เข้าใจแล้วว่าคำว่า กิโลแม้ว เป็นยังไง นึกว่าจะนั่งรถไม่นาน
แต่ปาไปเกือบ 2 ชั่วโมง
โค้งแล้วโค้งอีก แถมทางยังชัน โอยยยยยยยยยยยยย
สิ่งที่สงสัยคือ ที่ที่เราจะไปกันเนี่ยะ
คนแถวนั้นเค้าต้องขึ้น ๆ ลง ๆ โค้ง ๆ แบบนี้ประจำเลยหรอ
และแล้วก็มาถึง ปางอุ๋ง สวยจัดจัด
เต้นท์ที่แบกกันไปได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ก็คราวนี้
คืนนี้เราจะนอนนับดาว เผามัน ผิงไฟ ว้าวววววววว
กางเต้นท์เสร็จแล้ว ออกไปสนทนาหาทางไปเที่ยวต่อเลย
เหมารถชาวบ้านได้ก็ออกตะลุยโค้งกันต่อ ยังไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย 555
พระตำหนักปางตอง เราไปดูน้องแกะ ไม่เคยคิดเลยนะว่าจะได้อุ้มแกะ
ในนั้นจะมีสัตว์เยอะเลยแหละ แต่แกะนี่พีคสุด ๆ ลั้ลลากันเสร็จก็ไปที่อื่นต่อ
บ้านรักไทย เป็นหมูบ้านม้ง จีนฮ่อ อะไรเทือกนั้น
บ้านส่วนมากจะเป็นบ้านดิน และมีร้านขายชามากมาย
แวะชิมข้าวซอยยูนนาน ชิมชา เดินเล่นถ่ายรูปกันจนเย็น
ระหว่างทางที่กลับเข้าปางอุ๋งจะผ่านหมู่บ้านเราจะเจอแก๊งค์บ๊ายบาย
ก็เด็กแถวนั้นแหละ จะมานั่งข้างทางบ๊ายบายจะส่งยิ้มให้....ชอบจัง
คืนนี้กลับมานอนที่ปางอุ๋ง .... หนาวม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
เช้าแล้ววันที่ 7 ธันวา หมอกลอยบนผืนน้ำ ในที่สุดก็ได้เห็น
มีมืออุ่นๆ มาให้จับก็คงดี ฮ่า ๆ
คิดถึงใครบางคนที่เคยส่งรูปที่นี่ให้เรา เราพกมันมาด้วย
สาย ๆ หน่อย หมอกเริ่มจาง แสงแดดลอดผ่านทิวสนที่เรียงกันอยู่ สวยมากอ่ะ
ก่อนมามีคนบอกว่าถ่ายรูปสวย ๆ มาให้ดูด้วยนะ
แต่เราว่ายังไงมันไม่สวยเท่าที่ตาเราเห็นเลยอ่ะ
สงสัยจะต้องมาอีก แค่ไม่กี่โค้งเอง (เหรอ)
เกือบ ๆ เที่ยง รถประจำทางคันเดิมก็มารับเราออกไปจากที่นี่
และเดินทางกลับมาเมืองหลวงโดยสวัสดิภาพ
ปล.ป่านนี้โปสต์การ์ดที่เราส่งถึงตัวเราเอง สองใบยังมาไม่ถึงกรุงเทพ ..
น่าเศร้าอย่างยิ่ง T^T
(ขอบคุณเจ้พิมพลอย ,หนึ่ง, น้องเบนซ์, พี่นิ ที่มาอยู่ในความทรงจำที่ไม่มีทางลืม
และนินจา ... คนที่จุดประกายให้อยากมาที่นี่)